10 เหตุผลว่าทำไมปลาแซลมอนถึงดีต่อสุขภาพ

19 มีนาคม 2017 | สุขภาพ/ออกกำลังกาย
Share on Facebook3Share on Google+0Tweet about this on Twitter

10 เหตุผลว่าทำไมปลาแซลมอนถึงดีต่อสุขภาพ

หนึ่งในเมนูยอดนิยมของร้านอาหารญี่ปุ่นทั้งหลายคงหนีไม่พ้นเมนูที่ใช้ปลาแซลมอนเป็นวัตถุดิบในการสรรสร้างอาหารจานเด็ด เพราะไม่ว่าจะถูกนำไปปรุงอาหารโดยผ่านกรรมวิธีการย่างหรือจะบริโภคแบบดิบก็ล้วนแต่อร่อยถูกปากสาวกอาหารญี่ปุ่นได้ทั้งสิ้น ด้วยความที่เนื้อปลามีกลิ่นหอมมันและมีรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ฉพาะตัวอีกทั้งยังอุดมไปด้วยสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายและสามารถช่วยลดปัจจัยเสี่ยงในการเกิดโรคร้ายต่างๆได้ เราลองมาดู 11 เหตุผลว่าทำไมปลาแซลมอนถึงดีต่อสุขภาพคุณ

1.เป็นแหล่งของกรดไขมันโอเมกา 3 (Omega3)

ปลาแซลมอนเป็นหนึ่งในแหล่งที่ดีที่สุดในการพบกรดไขมันโอเมกา 3 ซึ่งมีอนุพันธ์ที่สำคัญ คือ EPA (Eicosapentaenoic acid) และ DHA (Docosahexaenoic acid) อย่างไรก็ดีกรดไขมันชนิดนี้เป็นไขมันที่มีความจำเป็นต่อร่างกายซึ่งร่างกายไม่สามารถผลิตขึ้นเองได้นอกจากต้องได้รับจากการบริโภคอาหารเท่านั้น ในส่วนของ EPA และ DHA นั้นก่อให้เกิดประโยชน์ต่อร่างกายและดีต่อสุขภาพ เช่น ลดการอักเสบ ลดความดันเลือด ลดความเสี่ยงในการเกิดมะเร็ง หรือช่วยให้การทำงานระบบไหลเวียนโลหิตดีขึ้น เป็นต้น

2.เป็นแหล่งโปรตีนที่สำคัญ

โปรตีนถือว่าเป็นสารอาหารที่มีบทบาทสำคัญต่อร่างกาย ไม่ว่าจะช่วยเยียวยาร่างกายเมื่อได้รับบาดเจ็บ เสริมสร้างการทำงานของกระดูกหรือรักษามวลกล้ามเนื้อเมื่อน้ำหนักลด

3. มีวิตามินบีสูง

ปลาแซลมอนเป็นแหล่งของวิตามินบีที่สำคัญ ได้แก่ วิตามินบี 1 วิตามินบี 2 วิตามินบี 3 วิตามินบี5 วิตามินบี6 วิตามินบี9 และวิตามินบี12 ซึ่งวิตามินเหล่านี้มีความเกี่ยวข้องกับกระบวนการที่สำคัญของร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการช่วยเปลี่ยนอาหารที่บริโภคเข้าไปให้กลายเป็นพลังงาน สร้างหรือซ่อมแซม DNA  รวมถึงช่วยลดการอักเสบได้อีกด้วย

4.อุดมด้วยโพแทสเซียม (Potassium)

นอกจากกล้วยแล้วปลาแซลมอนก็ถือว่าเป็นแหล่งโพแทสเซียมชั้นยอดซึ่งเป็นสารอาหารที่มีบทบาทสำคัญในการควบคุมความดันเลือดและความสมดุลของน้ำในร่างกาย

5. มีธาตุซีลีเนียม (Selenium)

แม้ว่าร่างกายคนเราต้องการธาตุซีลีเนียมเพียงเล็กน้อยแต่การได้รับธาตุซีลีเนียมอย่างเพียงพอในแต่ละมื้ออาหารยังคงเป็นสิ่งสำคัญ เนื่องจากเป็นธาตุที่ช่วยเสริมสร้างให้คุณมีกระดูกที่แข็งแรงอีกทั้งยังสามารถช่วยให้การทำงานของต่อมไทรอยด์ดีขึ้น  นอกจากนี้ยังช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็งได้เช่นกัน


6
.อุดมไปด้วยสารแอนตี้ออกซิแดนท์ (Antioxidant ) ชนิดแอสต้าแซนทิน (Astaxanthin)

แอสต้าแซนทินจัดว่าเป็นหนึ่งในสารแคโรทีนอยด์ (Carotenoids) และยังเป็นสารที่ทำให้ปลาแซลมอนมีเนื้อเป็นสีแดงออกส้มตามที่เราเห็นจนชินตา การที่ร่างกายได้รับแอสต้าแซนทินในปริมาณที่เหมาะสมไม่เพียงแต่จะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจ ยังสามารถช่วยให้การทำงานของสมองและระบบประสาทดีขึ้น อีกทั้งมีส่วนช่วยในการบำรุงผิวพรรณให้เปล่งปลั่งสวยงาม

7.ลดความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจ

การบริโภคปลาแซลมอนเป็นประจำสามารถช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจโดยจะเป็นการเพิ่มระดับไขมันประเภทโอเมกา 3 (Omega-3) ซึ่งเป็นไขมันที่ดีต่อร่างกายและมีส่วนในการช่วยลดไขมันไตรกรีเซอไรด์ (Triglycerides) รวมถึงลดการเกาะตัวของเกร็ดเลือดซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เส้นเลือดหัวใจอุดตัน นอกจากนี้การบริโภคแซลมอนยังสามารถช่วยลดไขมันประเภทโอเมกา 6 (Omega-6) ซึ่งแม้ว่าจะมีความจำเป็นต่อร่างกายแต่หากได้รับในปริมาณที่มากเกินไปก็จะส่งผลให้ความดันเลือดสูงและทำให้หัวใจขาดเลือดเฉียบพลันได้ง่าย

8.ช่วยควบคุมน้ำหนัก

การบริโภคปลาแซลมอนนับว่าเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับผู้ที่ต้องการลดน้ำหนัก เพราะนอกจากจะมีโปรตีนสูงและมีไขมันชนิดที่ดีต่อร่างกายอย่างโอเกา 3 แล้ว ยังสามารถช่วยควบคุมฮอร์โมนที่เกี่ยวข้องกับการเพิ่มหรือลดความต้องการอาหารของร่างกายจึงส่งผลให้คุณรู้สึกอิ่มท้องนอกจากนี้การบริโภคปลาแซลมอนมีส่วนช่วยให้อัตราการเผาผลาญพลังงานของร่างกายเพิ่มขึ้นและสามารถช่วยลดไขมันหน้าท้องได้อีกด้วย

9. ช่วยลดการอักเสบ

ปลาแซลมอนสามารถช่วยลดการอักเสบของร่างกายได้เป็นอย่างดี ซึ่งการอักเสบถือว่าเป็นต้นเหตุสำคัญในการนำไปสู่โรคร้ายต่างๆไม่ว่าจะเป็นโรคหัวใจ โรคเบาหวานหรือโรคสุดอันตรายอย่างมะเร็ง

10. ปกป้องสุขภาพสมอง

 การนำปลาแซลมอนมาใช้เป็นส่วนหนึ่งของวัตถุดิบในการปรุงอาหารแต่ละมื้อไม่เพียงแต่จะช่วยให้การทำงานของสมองดีขึ้นแต่ยังสามารถช่วยคลายความรู้สึกกังวลและอาการซึมเศร้ารวมถึงลดความเสี่ยงที่จะสูญเสียความจำเมื่ออายุเพิ่มขึ้นได้อีกด้วย

          จากที่กล่าวมาข้างต้นจะเห็นได้ว่าปลาแซลมอนไม่เพียงแต่จะมีรสชาติที่อร่อยถูกปากแต่ยังอุดมไปด้วยสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ดังนั้นปลาชนิดนี้จึงเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับผู้รักสุขภาพทั้งหลาย

Share on Facebook3Share on Google+0Tweet about this on Twitter

แสดงความคิดเห็นด้วย Facebook