โรคอาการปวดกล้ามเนื้อและพังผืด

27 ธันวาคม 2016 | กายภาพบําบัด

กลุ่มอาการปวดกล้ามเนื้อและพังผืด

โรคนี้พบได้บ่อยมาก เป็นที่ส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกาย ลักษณะเฉพาะคือมีจุดกดเจ็บ ( trigger point ) ที่ทำให้เกิดอาการปวดร้าวไปยังบริเวณอื่น กลไกการเกิดจุดกดเจ็บ เกิดจาก กล้ามเนื้อทำงานมากเกินไปจนกล้ามเนื้อได้รับบาดเจ็บและหดตัวเป็นระยะเวลานาน ทำให้กล้ามเนื้อบริเวณนั้นขาดเลือด เมื่อคลำบริเวณนั้นจึงรู้สึกว่าใยกล้ามเนื้อตึงเป็นลำ
การรักษาและแก้ไข

ในระยะสั้น การยืดกล้ามเนื้อบริเวณที่เป็น อาจจะต้องพบผู้เชี่ยวชาญเพื่อแยกอาการของโรคและแยกกล้ามเนื้อมัดต่างๆ เพื่อที่จะรักษาอย่างแม่นยำขึ้น หากผู้ป่วยต้องการหายในระยะยาวต้องออกกำลังกายกล้ามเนื้อทรงท่า ปรับการใช้งานเพื่อให้มีความคงทนสามารถทำงานในระยะเวลานานขึ้น และแก้ไขท่าทางในชีวิตประจำวัน เช่นท่าทางการนอน ,นั่งทำงานโต๊ะคอม

 

กล้ามเนื้อมัดต่างๆที่แสดงถึงจุดกดเจ็บ

การป้องกันและการออกกำลังกายกล้ามเนื้อทรงท่า

หลายคนให้ความสำคัญในการออกกำลังกาย ส่วนมากมักจะออกกำลังกายเพิ่มความแข็งแรง ความทนทาน ในกล้ามเนื้อเฉพาะส่วน เช่น กล้ามเนื้อแขน-ขา เพื่อให้สามารถทำกิจรรมต่างๆ ได้และมีคนจำนวนน้อยที่ให้ความสำคัญในการออกกำลังกายกล้ามเนื้อที่ให้ความมั่นคงกระดูกสันหลัง ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการเคลื่อนไหว ถ้ากล้ามเนื้อแขน-ขาแข็งแรง แต่กล้ามเนื้อแกนกลางลำตัวอ่อนแรง จะทำให้ไม่มีแรงเพียงพอในการสร้างประสิทธิภาพการเคลื่อนไหว และอาจเป็นสาเหตุทำให้เกิดการบาดเจ็บได้ ดังนั้นจึงควรให้ความสำคัญในการออกกำลังกายกล้ามเนื้อแกนกลางของลำตัว

ประโยชน์ของกล้ามเนื้อทรงท่า (กล้ามเนื้อแกนกลางลำตัว)

  • หากแกนกลางแข็งแรง จะช่วยเพิ่มความแข็งแรงของแกนกลางลำตัว ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นที่ส่งผลทำให้เกิดการเคลื่อนไหวของแขน-ขา
  • หากแกนกลางแข็งแรง จะช่วยทำให้กล้ามเนื้อของร่างกายทำงานประสานสัมพันธ์กันได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • หากแกนกลางแข็งแรง จะช่วยป้องกันการบาดเจ็บหรืออุบัติเหตุบริเวณหลังส่วนล่าง
  • หากแกนกลางแข็งแรง จะช่วยเพิ่มความมั่นคงให้แก่กระดูกสันหลัง
  • หากแกนกลางแข็งแรง จะช่วยทำให้ประสิทธิภาพการหายใจดีขึ้น
  • หากแกนกลางแข็งแรง จะช่วยลดแรงที่กระทำต่อกระดูกสันหลัง และช่วยกระจายแรงที่กระทำต่อกระดูกสันหลัง
  • หากแกนกลางแข็งแรง จะช่วยรักษาเสถียรภาพ และปรับกระดูกสันหลัง ซี่โครง เชิงกราน ให้เหมาะสมไม่เป็นกระดูกสันหลังคดฉับพลัน
  • หากแกนกลางแข็งแรง จะช่วยควบคุมท่าทาง ทำให้บุคคลิกภาพดี
    หากแกนกลางแข็งแรง จะช่วยกระชับหน้าท้อง ทำให้หน้าท้องแบนราบ

หลักการสำคัญของการแขม่วท้อง

พยายามควบคุมการหายใจเข้า-ออก ให้เป็นปกติ ไม่กลั้นลมหายใจค้างการแขม่วท้องไว้อย่างน้อย 3 การหายใจเข้า-ออก หรือประมาณ 6-20 วินาที หรือมากกว่านั้นความถี่ในการแขม่วท้อง คือสามารถทำได้บ่อยๆ เพื่อให้กล้ามเนื้อเกิดความทนทาน

หมายเหตุ หากทำจนชินสามารถทำได้ตลอดเวลา หากไม่แน่ใจว่าทำถูกหรือไม่ อาจเริ่มต้นจากการแขม่วพุงท่านอนก็ได้

 

รูปภาพสำหรับการแขม่วพุงเริ่มต้นท่านอน

ท่าเริ่มต้นสำหรับการแขม่วท้องคือ นอนหงายชันเข่า โดยให้เข่างอประมาณ 90 องศาเท้าวางราบกับพื้น จากนั้นวางนิ้วบนปุ่มกระดูกทางด้านหน้าเชิงกราน เมื่อนำมือเท้าเอว จะพบปุ่มกระดูกนูนทางด้านหน้าเชิงกราน เคลื่อนนิ้วมือ ไปทางสะดือเล็กน้อย ซึ่งตำแหน่งตรงนั้นจะวางมือบนกล้ามเนื้อท้องมัดลึก (Transversus abdominis) เมื่อเริ่มแขม่วท้องและทำอย่างถูกต้อง จะรู้สึกถึงการเกร็งของกล้ามเนื้อท้องมัดลึก โดยกล้ามเนื้อดังกล่าวจะดันมือขึ้นมา เกร็งกล้ามเนื้อดังกล่าวค้างไว้อย่างน้อย 3 การหายใจเข้า-ออก หรือประมาณ 6-20 วินาที หรือมากกว่านั้น

 

สามารถทำได้บ่อยครั้งจะช่วยลดความเจ็บปวดของการปวดกล้ามเนื้อเรื้อรัง และลดการปวดกล้ามเนื้อจากการออกกำลังกายฉับพลันได้ดีขึ้น

แสดงความคิดเห็นด้วย Facebook

How to whitelist website on AdBlocker?

How to whitelist website on AdBlocker?

  1. Click on the AdBlock Plus icon on the top right corner of your browser
  2. Click on "Enabled on this site" from the AdBlock Plus option
  3. Refresh the page and start browsing the site